email : technical@thainox.co.th

ถาม :
เมื่อใช้หม้อไฟฟ้าหรือกาต้มน้ำไปนานๆ จะเกิดหินปูนสีขาวเกาะอยู่ภายใน ทำไมจึงไม่สามารถขจัดออกได้ด้วยการทำความสะอาดตามปกติ และควรใช้วิธีทำความสะอาดอย่างไรจึงจะได้ผล ?
ตอบ :
หินปูนสีขาวเหล่านี้เกิดขึ้นตามคุณภาพของน้ำ หากน้ำมีความกระด้างจะทำให้เกิดการก่อตัวของคาร์บอเนตแข็ง (Solid Carbonate) ทั้งนี้ ความกระด้างของน้ำขึ้นอยู่กับปริมาณของเกลือ แคลเซียม และแมกนีเซียมที่อยู่ในน้ำ การทำความสะอาดสามารถทำได้โดยใช้น้ำส้มสายชู แต่หากหินปูนติดแน่น ควรใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำแล้วต้มประมาณ 10-15 นาที
ถาม :
เมื่อใช้ชามสำหรับผสมแป้งที่ทำจากสเตนเลสมาอบขาหมูในน้ำซอสและสมุนไพร รวมทั้งตั้งอุ่นไว้ตลอดวัน จะทำให้ชามแตกรั่วหรือไม่ ?
ตอบ :
การอบขาหมูในน้ำซอสที่ใส่สมุนไพรและถั่วเหลืองทิ้งไว้ทั้งวัน หากอุณหภูมิในการต้มต่ำกว่า 150 องศาเซลเซียส ไม่น่าจะก่อให้เกิดผลกระทบใดๆ อาจมีผลกับสเตนเลสก็ต่อเมื่อทำความสะอาดหลังการใช้งานไม่เหมาะสมหรืออบขาหมูต่อเนื่องไว้นาน 2-3 วัน (สำหรับจำหน่าย)
ถาม :
สเตนเลสที่ถูกใช้งานกับความร้อน ณ อุณหภูมิสูงกว่า 400 องศาเซลเซียสตลอดทั้งวัน จะมีคุณสมบัติเปลี่ยนไปหรือไม่ ?
ตอบ :
การใช้ความร้อนสูงอาจส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติของสเตนเลสได้ ไม่แนะนำให้ใช้อุณหภูมิ 340 – 600 องศาเซลเซียสสำหรับสเตนเลสเกรด 430 และอุณหภูมิ 650 – 980 องศาเซลเซียสสำหรับเกรด 304 เนื่องจากจะก่อให้เกิดการสะสมของคาร์ไบด์ (Carbides) ส่งผลให้ความต้านทานการกัดกร่อนลดลง
ถาม :
เหตุใดอาหารจึงติดกระทะขณะปรุงอาหารหรือทอด ?
ตอบ :
สาเหตุเกิดจากการส่งผ่านความร้อนไม่ดีพอและไม่สม่ำเสมอ ผู้ผลิตแก้ปัญหานี้ด้วยการใส่แผ่นโลหะที่นำความร้อนได้ดี เช่น อะลูมิเนียม หรือ ทองแดง แทรกสลับเข้าไปเป็นชั้นๆ ที่ก้นกระทะประมาณ 3 หรือ 5 ชั้น
ถาม :
ทำไมหลังจากใช้หม้อต้มไปประมาณ 2-3 วันจึงเกิดคราบสีรุ้งขึ้น แม้จะล้างออกได้แต่ก็ปรากฏขึ้นอีกเมื่อใช้งานใหม่ คราบนี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ เหตุใดจึงเกิดเฉพาะด้านในหม้อและไม่เกิดที่ด้านนอก เป็นเพราะใช้ความร้อนสูงเกินไปใช่หรือไม่ ถ้าใช่ อุณหภูมิและระยะเวลาสูงสุดของการต้มควรอยู่ที่เท่าใด ?
ตอบ :
การใช้ความร้อนสูงเกินไปหรือปล่อยให้กระทะต้มน้ำจนแห้งจะทำให้เกิดคราบสีทองแดง สีน้ำเงิน หรือสีรุ้งบนพื้นผิวสเตนเลส แม้จะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่คราบเหล่านี้ทำให้กระทะดูไม่สวยงาม จึงอาจล้างออกได้ด้วยน้ำยาทำความสะอาดสเตนเลส
ถาม :
การใช้สก๊อตช์ไบร์ทขัดคราบอาหารที่ติดอยู่บนหม้อหรือกระทะสเตนเลสจะทำให้ผิวหม้อหรือกระทะบางลงหรือไม่ ?
ตอบ :
การขัดด้วยสก๊อตช์ไบรต์ไม่ทำให้หม้อหรือกระทะบางลง แต่ไม่แนะนำให้ใช้ฝอยขัดที่ทำจากเหล็กเพราะจะทำให้เกิดรอยขูดขีดบนผิวสเตนเลส
ถาม :
โดยทั่วไปมักเชื่อกันว่า “สเตนเลสที่ดีย่อมไม่เป็นสนิม” แต่ทำไมบางครั้งจึงพบสเตนเลสขึ้นสนิมได้ ?
ตอบ :
สเตนเลสอาจขึ้นสนิมได้ด้วยสาเหตุหลายประการ สนิมอาจเกิดขึ้นเมื่อเหล็กกล้าหรือเหล็กขีดข่วนพื้นผิวสเตนเลสและเศษของเหล็กนั้นฝังอยู่บนผิว ดังนั้น จึงไม่ควรใช้ฝอยขัดที่ทำจากเหล็กขัดทำความสะอาดโดยเด็ดขาด เหล็กกล้า เหล็กหล่อ และของเหลวที่มีปริมาณคลอไรด์เข้มข้น (เช่น น้ำยาล้างจานส่วนใหญ่) ตกค้างอยู่บนผิวสเตนเลสเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดสนิมได้เช่นกัน ดังนั้น เมื่อใช้สเตนเลสเกรดที่มีคุณสมบัติทนต่อการกัดกร่อนน้อยจึงต้องดูแลรักษาอย่างดี หมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ และหลีกเลี่ยงการแช่น้ำทิ้งไว้เป็นเวลานาน

โดยส่วนใหญ่ รอยเปื้อนจางๆ สามารถขจัดออกได้โดยใช้น้ำยาสำหรับขัดถูที่ไม่ทำลายพื้นผิว (Fine Abrasive Cleaner) หรือใช้แผ่นขัดทำความสะอาดที่ไม่มีส่วนผสมของโลหะ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้บางชนิดอาจก่อให้เกิดรอยขีดข่วนบนผิวเคลือบได้ ดังนั้นจึงควรขัดไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้เป็นรอยน้อยที่สุด ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดแก้วหรือรถยนต์ได้มักจะทำให้เกิดรอยขูดขีดน้อยกว่า ผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดครัวและน้ำยาทำความสะอาดสเตนเลสมักมีส่วนผสมของคลอไรด์จึงควรล้างน้ำออกให้สะอาดเมื่อใช้เสร็จ (www.sensationalstainless.com) อย่างไรก็ดี สเตนเลส หรือ เหล็กกล้าไร้สนิม ใช่ว่าจะไร้สนิมโดยสิ้นเชิง สเตนเลสอาจเปลี่ยนสี เกิดรอยด่างดวงได้เมื่อเจอน้ำกระด้าง น้ำเกลือ มะนาว น้ำส้มสายชู หรือแม้แต่ผงซักฟอกบางชนิดหากไม่ล้างน้ำออกให้สะอาดและเช็ดให้แห้งสนิทหลังการใช้ อีกทั้งอาจกัดจนเป็นรูเล็กๆ ได้ การทำความสะอาดควรใช้น้ำสบู่อุ่นๆ และแผ่นขัดไนลอนหากจำเป็น หลีกเลี่ยงการใช้สารฟอกขาวหรือสารกัดกร่อนรุนแรง แช่ภาชนะที่มีอาหารไหม้ติดอยู่ไว้ในน้ำสักพักก่อนทำความสะอาด ขจัดรอยเปื้อนที่ติดแน่นด้วยน้ำยาทำความสะอาดสเตนเลสโดยเฉพาะ (เช่น Christine McFadden หรือ The Essential Kitchen)

ถาม :
เหตุใดตามจุดเชื่อมต่อแบบ Arc Welding ของหม้อและ/หรือคูลเลอร์จึงมักสึกกร่อน ?
ตอบ :
ความทนทานต่อกรดของสเตนเลสขึ้นอยู่กับประเภทของสารหรือตัวกลางและความเข้มข้น โดยทั่วไป สเตนเลสเกรด 304 จะมีความทนทานต่อสื่อเกือบทุกชนิดสูงกว่าเกรด 430
ถาม :
อะไรคือความทนทานต่อกรดของสเตนเลสเกรด 304 และ 430 ?
ตอบ :
ความทนทานต่อการกัดกร่อนตามจุดเชื่อมต่อของสเตนเลสอาจลดลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณ
ที่ได้รับผลกระทบต่อความร้อน (Heat-Affected Zone: HAZ) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของการเชื่อมด้วย โดยควรอบชิ้นงานหลังการเชื่อมอีกสักระยะหนึ่ง (Post-Heat) แล้วจึงทำความสะอาดจุดเชื่อมต่อดังกล่าว
ถาม :
เมื่อนำภาชนะสเตนเลส เช่น เหยือกน้ำ ใส่ไว้ในตู้เย็น เหตุใดก้นถ้วยจึงบวม ?
ตอบ :
การที่ก้นถ้วยบวมเกิดจากการขยายตัวและการถ่ายโอนความร้อนของสเตนเลส
ถาม :
เหตุใดจึงเกิดคราบสีเหลืองบนกระทะ “ซัน แบรนด์” (Sun Brand) เมื่อตั้งเตาใส่น้ำมัน ?
ตอบ :
คราบสีเหลืองดังกล่าวเกิดจากการเผาไหม้ของน้ำมันที่อุณหภูมิสูง
ถาม :
อุณหภูมิที่ใช้ปรุงอาหารมีผลกระทบใดๆ ต่อภาชนะเกรด 304 และ 430 หรือไม่ ?
ตอบ :
ไม่มีผลกระทบใดๆ หากเป็นการปรุงอาหารตามปกติ
ถาม :
อาหารประเภทใดที่ส่งผลกระทบต่อสเตนเลส ?
ตอบ :
อาหารส่วนใหญ่ไม่มีผลกระทบต่อสเตนเลส นอกเสียจากจะมีส่วนประกอบของซอสที่มีความเค็ม เช่น น้ำปลา หรือมีน้ำส้มสายชูผสมอยู่ในปริมาณสูง ซึ่งอาจส่งผลให้ความต้านทานต่อการกัดกร่อนของ
สเตนเลสลดลง
ถาม :
ในบรรดาเตาไฟหรือเตาอบชนิดต่างๆ เช่น เตาแก๊ส เตาอบไฟฟ้า เตาถ่าน เตาแม่เหล็ก ชนิดใดส่งผลกระทบต่อสเตนเลส และชนิดใดใช้งานร่วมกับสเตนเลสได้ดีกว่า ?
ตอบ :
ขึ้นอยู่กับวิธีการให้ความร้อนของเตาแต่ละชนิด อย่างไรก็ตาม เตาแม่เหล็กจะใช้ได้กับสเตนเลสบางเกรดเท่านั้น
ถาม :
คลอรีนในน้ำก๊อกมีผลต่อสเตนเลสหรือไม่ ?
ตอบ :
ปริมาณคลอรีนปกติซึ่งอยู่ที่ระดับไม่เกิน 2 ppm ไม่ส่งผลใดๆ ต่อเกรด 304 และไม่เกิน 5 ppm สำหรับเกรด 316 แม้แต่การใช้ในปริมาณสูงมากเพื่อฆ่าเชื้อโรคด้วยวิธีการสเตอริไรซ์ เช่น 25-50 ppm เป็นเวลา 24-48 ชั่วโมงก็ยังไม่มีผลใดๆ หากล้างทำความสะอาดอย่างทั่วถึงหลังจากนั้น ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าคลอรีนในน้ำก๊อกไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อสเตนเลส อย่างไรก็ตาม ควรเช็ดผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสเตนเลส
ให้แห้งสนิทหลังการใช้งาน
ถาม :
ภาชนะสเตนเลสเหมาะสำหรับใช้ใส่น้ำผลไม้หรือไวน์หรือไม่ ?
ตอบ :
ระดับของกรดทาร์ทาริก (Tartaric Acid) กรดน้ำส้ม (Acetic Acid) กรดมาลิก (Malic) กรดนม (Lactic Acid) และกรดมะนาว (Citric Acid) ในปริมาณความเข้มข้นที่พบทั่วไปในน้ำผลไม้หรือไวน์ไม่กัดกร่อนสเตนเลสเกรด 304 หรือ 316 ทั้งนี้ สเตนเลสเกรด 304 ยังสามารถทนต่อการกัดกร่อนได้เมื่อจุ่มลงในของเหลวที่ปลอดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) หรือมีไม่เกิน 700 ppm บริเวณที่มีไอน้ำ [ข้อมูลจากสถาบันพัฒนานิกเกิล - Nickle Development Institute (NiDI)]
ถาม :
ความหนาของสเตนเลสมีผลต่อการเกิดรอยด่างเป็นสี คราบน้ำ หรือการกัดกร่อนหรือไม่ ?
ตอบ :
ไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันแต่อย่างใด
ถาม :
จะสามารถป้องกันหรือทำความสะอาดรอยเขม่าหรือคราบเหลืองบนผลิตภัณฑ์สเตนเลส โดยเฉพาะเตาแก๊ส ได้อย่างไร ?
ตอบ :
ก่อนอื่นให้ลองแช่หม้อไว้ในน้ำร้อนผสมน้ำยาล้างจาน หากไม่ออกให้ใส่น้ำลงในหม้อแล้วนำไปต้มจนเดือด วิธีนี้อาจทำให้คราบอาหารหลุดออกได ้แต่ถ้ายังไม่ได้ผลให้ใช้ผงขัดอย่างอ่อนหรือแผ่นขัดสเตนเลสหรือแผ่นขัดที่ไม่มีส่วนผสมของโลหะขัดทำความสะอาดคราบที่ติดแน่น การขัดอาจทำให้พื้นผิวเป็นรอยได้ หากรอยเห็นชัดมากให้ลองถูไปในทิศทางเดียวกันกับรอยเพื่อลบเลือนรอยให้จางลง
ถาม :
อะไรเป็นสาเหตุของการเกิดเชื้อราบนภาชนะสเตนเลสที่ยังไม่เคยนำมาใช้งานหรือเก็บไว้อย่างดี จะป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร ?
ตอบ :
ควรตรวจสอบกระบวนการผลิตว่าใช้ Organic Oil หรือ Non-Organic Oil เชื้อราจะเติบโตได้ในที่ๆ มี 1) โพลีแซ็กคาไรด์ 2) ความชื้น และ 3) อุณหภูมิที่เหมาะสม ในกรณีนี้ เชื้อราอาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น มีโพลีแซ็กคาไรด์ตกค้างมาจากกระบวนการผลิต ฝุ่นกระดาษ (เซลลูโลส) ที่เกาะอยู่บนผิวสเตนเลส ความอับชื้น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เชื้อราที่ลอยอยู่ในอากาศเจริญเติบโตและขยายตัวอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ อาหารหรือขนมขบเคี้ยวที่พนักงานรับประทานขณะบรรจุหีบห่อสินค้าอาจตกบนผิวภาชนะและเป็นแหล่งอาหารของเชื้อราได้
 
© Copyright 2006 Thainox Stainless Pcl.